Skip to content

5 นักเตะ-กุนซือคู่บารมี ไปไหนไปด้วยช่วยๆกันทำงาน

5 นักเตะ-กุนซือคู่บารมี ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นจริงเมื่อเหล่านักเตะและ กุนซือ ต่างฝ่ายต่างทำงานร่วมกัน เมื่อมาJoin กันที่ไรมักจะมีแต่เรื่องดีๆ

5 นักเตะ-กุนซือคู่บารมี จารย์ไปไหนนู๋ไปด้วย ไปช่วยๆกันได้แชมป์

5 นักเตะ-กุนซือคู่บารมี ไปไหนไปด้วยช่วยๆกันทำงาน

1.ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ – โจเซ่ มูรินโย่

ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ คือกองหลังที่ มูรินโย่ยกย่องให้เป็นเบอร์ 1 ในใจของเขา หลังทั้งคู่เริ่มงานด้วยกันที่ปอร์โต้ในปี 2002 โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ทั้งคู่ทำงานร่วมกันก็พาปอร์โต้กวาดทุกแชมป์ที่ลงเล่น รวมไปถึงถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกในปี 2004 ที่ช่วยให้มูรินโย่นั้นขึ้นแท่นกลายเป็นกุนซือระดับยุโรป และแน่นอนเมื่อเขาย้ายมาคุมทีมเชลซีก็ไม่ลืมที่จะพากองหลังคู่ใจตามมาด้วยราคา 20 ล้านปอนด์และกวาดแชมป์อีกเช่นเคย ทั้งพรีเมียร์ลีก 2 สมัย ลักคัพ 2 สมัย แต่แล้วเส้นทางของมูรินโย่กับเชลซีก็จบลงในปี 2007 มูได้ย้ายไปอินเตอร์มิลานแต่ครั้งนี้ไม่ได้พาคาร์วัลโญ่ติดตามไปด้วย แต่คู่กันแล้วย่อไม่แคล้วกัน เพราะในปี 2010 เมื่อมูรินโย่ได้โอกาสคุมทีมเรอัลมาดริด ก็ไม่ลืมที่จะซื้อลูกศิษย์คนสำคัญเข้ามาร่วมทีมเป็นคนแรก

2.มาลูยาน เฟลไลนี่ – เดวิด มอยส์

ในสมัยที่มอยส์เริ่มเข้ามาคุมทีมเอฟเวอร์ตันในปี 2002 เขายังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ก็ใจกล้าที่จะขอบอร์ดบริหารทุ่มซื้อนักเตะที่เป็นค่าตัวสถิติสโมสร และคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ “มาลูยาน เฟลไลนี่” ที่สมัยนั้นเป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของลีกเบลเยี่ยมด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ สมัยนั้นไม่ใช่ๆ น้อยๆ และเกมแรกของพี่ฟูก็เริ่มต้นได้ไม่สวยสักเท่าไหร่หลังโดนใบแดงตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม ก่อนที่มอยส์จะหาตัวแหน่งที่เหมาะสมให้กับเจ้าตัวได้ นั่นคือหน้าต่ำที่คอยพักบอล ชงบอลให้กองหน้าเข้าทำ และนี่เหลือที่ทำให้เฟลไลนี่แจ้งเกิดกับท็อฟฟี่อย่างเต็มตัว ภายใน 5 ปีที่เขาลงเล่นในถิ่นกูดิสันปาร์คก็ยิงไป 32 ประตูจาก 173 นัด และนี่ผลงานนี้ทำมอยส์ที่ส้มหล่นได้คุมทีมแมนยูจัดการซื้อตัวศิษย์เอกมาด้วยราคา 27 ล้านปอนด์ แต่ผลงานของทั้งคู่น่าผิดหวังต่างกับสมัยอยู่เอฟเวอร์ตัน ด้านแม่ทัพอย่างมอยส์โดนตัดหัวทิ้ง แต่เฟลไลนี่ยังหนังเหนียวได้อยู่ต่อละถูกชุบชีวิตด้วยมูิรนโย่ในเวลาต่อมา

3.เอเมอร์สัน – ฟาบิโอ คาเปลโล่

หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าชื่อนี้จะติดมาในลิสต์ของเรา แต่ทั้งคู่ได้ร่วมงานกันไม่ใช่แค่ 1-2 ครั้งแต่มันมากถึง 3 ครั้งเริ่มตั้งแต่สมัยคาเปลโล่คุมทีมโรม่าก็จัดการซื้อตัวเอเมอร์สันมาจากเลเวอร์คูเซ่น ก่อนจะพาหมาป่าเหลืองแดงคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ครั้งแรกในรอบหลายปีในฤดุกาล 2000-2001 ก่อนที่คาเปลโล่จะย้ายไปคุมยุเวนตุส ก็หนีบเอเมอร์สันไปด้วยแต่คราวนี้ต้องทุ่มเงินกว่า 32 ล้านยูโรเพื่อให้ได้ตัวมาร่วมทีม แต่ก็คุ้มค่าเมื่อคาเปลโล่และเอเมอร์สันพาไอม้าลายคว้าแชมป์ลีกสองสมัยติดต่อกันก่อนจะโดนริบคืนเนื่องจากกรณีล็อคกรรมการ และคดีนี้ทำให้ยูเวนตุสตกชั้นนักเตะหลายคนย้ายออกจากทีมรวมถึงคาเปลโล่ที่ไปคุมเรอัลมาดริด และแน่นอนทายไม่ผิด เขาหนีบเอเมอร์สันไปเล่นให้ราชันชุดขาวด้วยและเพียงฤดูกาลแรกเขาก็ได้แชมป์ลีกทันที ก่อนที่ต่อมาจะถูกปลดแบบช็อคโลก คาเปลโล่แยกไปคุมทีมชาติอังกฤษ ส่วนเอเมอร์สันก็ย้ายไปร่วมทีมเอซีมิลานแบบไม่มีอะไรน่าจดจำ

4.ธิอาโก้ อาคันธาร่า – เป๊ป กวาดิโอล่า

ด้วยความที่ทั้งคู่เติบโตมาจากแคมป์ลามาเซียด้วยกัน ทำให้รู้อกรู้ใจระบบการเล่นเป็นอย่างดี ไม่แปลกใจที่ทั้งคู่จะเคยร่วมงานกันมากกว่า 1 ครั้ง เริ่มที่ครั้งแรกในสมัยที่เป๊ปเริ่มคุมทีมบาร์เซโลน่าเบ เข้าเป็นคนให้โอกาสมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนผู้นี้ได้ลงเล่นในทีม ก่อนที่เป๊ปจะเลื่อนชั้นขึ้นทีมชุดใหญ่ในเวลาต่อมาและก็ไม่ลืมที่จะดันศิษย์รักตามขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 18 ปี ก่อนที่เป๊ปจะย้ายไปคุมบาเยิร์น มิวนิคและก็ได้ยื่นซื้ออาคันธาร่าให้มาร่วมงานกันอีกครั้งที่เยอรมัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้อาคันธาร่าเกือบจะเซ็นสัญญากับแมนยูไนเต็ดอยู่แล้ว และที่ถิ่นอารีอันซ์ อารีน่าทำให้อาคันธาร่าเป็นมิดฟิลด์ที่สมบูรณ์แบบแบบเต็มตัว โดยผนึกกำลังกับเป๊ปสร้างบอลที่สวยงามคว้าแชมป์ลีกไป 3 สมัยติด ส่วนจะได้ร่วมงานอีกรอบที่แมนซิตี้ไหมคงต้องรอดูกัน

5.บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และ หลุยส์ ฟาน กัล

แม้จะไม่ได้เริ่มลงเล่นนักแรกกับบาเยิร์นมิวนิคในยุคของหลุยส์ ฟานกัล แต่ปรัชญาคือหนึ่งในกุนซือคนสำคัญที่ทำให้บาสตี้กลายเป็นมิดฟิลด์ระดับตำนานที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลก ด้วยการเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นให้ชไวน์สไตเกอร์จากปีกกลายมาเป็นมิดฟิลด์กลางสนาม และนี่คือตำแหน่งที่สร้างชื่อให้กับเจ้าตัวมากที่สุด แม้จะฟานกัลจะไม่ได้คุมทีมเสือใต้ต่อในปี 2011 แต่สมบัติล้ำค่าที่เขาทิ้งไว้ก็ถูกใช้งานอย่างเหมาะสม ชไวน์สไตเกอร์พาบาเยิร์นมิวนิคกวาดแชมป์สำคัญ ๆ เป็นว่าเล่น รวมถึงแชมป์ฟุตบอลโลกกับเยอรมันด้วย และตำแหน่งที่เขาลงในก็คือตำแหน่งที่ฟานกัลเล็งเห็นว่าเขาทำได้ดีนั่นแหละ ต่อมาฟานกัลจะกลับมารับงานคุมสโมสรอีกครั้งที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แล้วก็ไม่วายซื้อบาสตี้มาร่วมทีมเพื่อหวังให้เป็นจอมทัพด้วย แต่หลังจากย้ายมาร่วมทีมได้เพียงไม่นานฟานกัลกลับถูกไล่ออก และบาสตี้ต้องเจอจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตในช่วงที่มูรินโย่เข้ามาคุมทีมโดยได้ลงเล่นไปเพียงนัดเดียวในยุคของจ่ามูก่อนจะย้ายไปชิคาร์โก้ ไฟเออร์ในเวลาต่อมา